Custom Search

Can Regression break down the Valentine?

Posted by bangkokian | Bangkokian Talks | Friday 6 February 2009 12:23 pm

Valentine-Red-Rose 

อีกเพียงไม่กี่วันที่จะมาถึงนี้ก็จะเป็นเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่คนไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย แต่ก็ยังคงขอเข้าร่วมเหมือนเดิมนะครับ ตรุษจีน คริสต์มาส อะไรก็แล้วแต่เราฉลองหมด เป็นประเทศแห่งการเฉลิมฉลองจริงๆ :D

มาพูดถึงเรื่องของเทศกาลวันแห่งความรัก ที่เราคงเริ่มเห็นการออกมารณรงค์กันแล้วในช่วงนี้ให้วัยรุ่นไทย (ทั้งชาย หญิง) รักนวลสงวนตัวมากขึ้น (โดยส่วนตัวผมมองว่าวันไหนคนจะทำอะไรกัน มันก็ทำอยู่ดีครับ) ในต่างประเทศอย่างอเมริกาก็ได้มีการทำการสำรวจอัตราการคาดคะเนว่าจะมีการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลนี้โดยประมาณเป็นจำนวนเงินเท่าไร เพราะว่าต้องยอมรับกันอย่างตามตรงว่าเศรษฐกิจของอเมริกากำลังแย่ รวมไปถึงเศรษฐกิจโลก ผิดกับบางประเมศที่รัฐบาลยังออกมายิ้มแย้มหน้าชื่นตาบานว่ายังไม่วิกฤต …จริงๆนะ

หน่วยงาน The National Retail Federation ของอเมริกาซึ่งเป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิของธุรกิจค้าปลีก ได้ทำการเก็บข้อมูลว่าผู้บริโภคมีแผนการณ์จะใช้จ่ายในเทศกาลนี้เป็นเท่าไร ก็ปรากฎว่ายอดค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคตั้งใจเอาไว้ลดลงจากเดิมเมื่อปี 2008 จาก $122.98 เป็น $ 102.50 ในปีนี้ ก็เพราะเนื่องจากว่าสภาวะเศรษฐกิจเสื่อมถอย โดยสัดส่วนการจับจ่ายจะเป็นดัง pile chart ด้านล่างนี้

average-valentine-speding-by-NRF

และเมื่อพิจารณาดูถึงแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในอเมริกาในช่วงระหว่างปี 2003 - 2009 ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีแนวโน้มลดลงจริงๆ ซึ่งเราก็คงต้องหวังใจเอาว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวภายใน 4 ปี อย่างที่ Bill Gate ให้ความคิดเห็นเอาไว้

average-valentine-speding-graph-by-NRF

from : http://www.nrf.com/modules.php?name=News&op=viewlive&sp_id=661

picture : http://www.iwillteachyoutoberich.com/blog/wp-content/uploads/2008/02/redrose.jpg

 

แรงบันดาลใจ "ข้ออ้างมักง่ายๆจากคนที่ชอบลอกเลียน"

Posted by bangkokian | New Marketing | Wednesday 4 February 2009 12:37 pm

ผมได้ติดตามอ่านกระทู้หนึ่งใน pantip.com ที่ชื่อว่า แบบนี้พอจะเรียกว่า นิตยสารลวงโลกได้ไหมครับ? มาตั้งแต่วันก่อน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิตยสารหัวดังระดับโลกอย่าง SEVENTEEN ที่ทำงานอย่างชุ่ยๆ (ในวันที่ผมเขียนบทความนี้ความจริงทั้งหมดยังไม่ปรากฎออกมา สิ่งที่ผมนำมาเขียนจึงเป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลมาเท่าที่ข้อมูลมีในเวลานี้ครับ) โดยการนำเอารูปจาก website Multiply.com ของคุณ Arch (http://archphoto.multiply.com/) มา retouch อย่างตั้งใจ และแถมใส่เป็นบทสัมภาษณ์จากนางแบบไว้ภายในหนังสือ (ซึ่งสืบทราบภายหลังว่า กอง บก.มันนั่งเทียนเขียนเอง)โดยที่ทางกอง บก. ไม่ได้ติดต่อทั้งทางเจ้าของรูป และนางแบบมาก่อนว่าจะขอนำรูปไปใช้

ในแง่ของการเป็นนักการตลาด new media ผมมองว่าเรื่องของลิขสิทธิ์ และจิตสำนึกของคนไทยนั้นค่อนข้างจัดอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าต่ำ ผมเองก็เคยเจอบทความของผมไปโผล่อยู่ใน blog ของคนอื่น ดีที่ผมติดต่อไป แล้วเจ้าของ blog เขายังขอโษพร้อมใส่ credit มาให้ 

ส่วนตัวผมอยากให้เจ้าของรูป และน้องนางแบบดำเนินคดีความให้ถึงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะผมก็เบื่อเต็มทีกับการที่เห็นคนทำนาบนหลังคนแบบนี้ ลองดูรูปที่ผมนำมาจากกระทู้ใน pantip ตามลิงค์ด้านบนมาเปรียบเทียบดูกันครับ

seventeen-01

ด้านบนนี่คือหน้าตาของหนังสือหน้าที่ 108 ครับ
ส่วนด้านล่างทั้ง 4 นี่ก็เป็นรูปจากคุณ archphoto.multiply.com ครับ

 arch-photo-01 arch-photo-02

arch-photo-03 arch-photo-04

พอลองศึกษาข้อมูลกันต่อไปเรื่อยๆผมก็พบว่ามีกรณีคล้ายๆกันแบบนี้ โผล่ว่อนออกมาเต็มกระทู้ pantip ไปหมด ทำให้มานั่งคิดกันว่า ยิ่ง new media เติบโตมากขึ้นเท่าไร ผมมองว่ามันไปเอื้อให้เกิดผลในแง่ลบตามมาด้วย แน่นอนว่าประโยชน์มันมี แต่เรื่องไม่ดีก็มีตามมา ทั้งในการลอกเลียนกันแบบนี้ ทั้งในการลักลอบแอบขโมยข้อมูล หรือการใช้ Social Network ในการขายบริการ

อาจจะได้เวลาแล้วก็ได้ที่สังคมไทยต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงจัง ไม่ใช่ไปปิดไฮไฟว์ แต่น่าจะเริ่มจากการเลิกออกอากาศละครที่ขโมยผัวแย่งเมียกัน หวังว่าประเทศนี้ จะมีโอกาสเป็นที่ๆน่าอยู่ให้กับลูกหลานรุ่นต่อไปของพวกเรา…

บทความเกี่ยวข้อง และ อ้างอิง

แบบนี้พอจะเรียกว่า นิตยสารลวงโลกได้ไหมครับ?
สิ่งที่ควรทำเมื่อผลงานถูกละเมิดลิขสิทธิ์โดยเวปเดคโครีพอร์ท.com
ทำกันด๊ายย .. เสียดายตัง !!!

caverta buy caverta usa buy caverta buy generic caverta cheap caverta caverta generic veega viagra cheap caverta online buy cheap caverta buy cheap generic caverta caverta canada caverta cheap online rx caverta rx review buy caverta 100 mg