Custom Search

Really New Media

Posted by bangkokian | Cool Stuffs, New Marketing | Wednesday 28 January 2009 1:11 pm

lego-stand-01พูดถึงเรื่องของ New Media มามากมายหลายตอน จะเรียกว่า blog นี้เกิดขึ้นมาเพราะเรื่องของแนวคิด New Media เลยก็ว่าได้

มีความเข้าใจเรื่อง New Media ที่ผมสัมผัสจาก agencies ชื่อดังในเมืองไทยหลายๆแห่ง ที่ยังคงเข้าใจว่า New Media คือการโฆษณาผ่านพวกสื่อ Digital อย่างเพียงอย่างเดียว ซึ่งแนวคิดนี้ผมต้องขอบอกว่าไม่ถูกต้องซะทีเดียว

เนื่องจากว่า New Media นั้น เป็นคำศัพท์ที่ถูกจำกัดความมาจากคำว่า New Marketing ซึ่งเป็นการทำการตลาดรูปแบบใหม่ ที่ได้ผนวกเอาเรื่องของ Internet เข้ามาใช้ในการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาด ดังนั้นช่องทางที่นำมาใช้นั้นจึงถูกเรียกว่า New Media แต่ไม่ได้แปลว่า New Media ทั้งหมดนั้นคือ “สื่อโฆษณา″

อย่างไรก็ตาม ผมชอบรูปแบบของการนำ New Media มาใช้ของ Lego ตามรูปนะครับ ตามแหล่งข้อมูลที่ผมได้มาก็คือ ตัวจอ TV นี้ไม่ได้เป็นแค่ จอ TV เพื่อเปิดโฆษณาให้ลูกค้าดู แต่ว่ามันสามารถให้ลูกค้าลองประกอบ Lego ตามแบบที่ตัวเองต้องการได้ผ่านทางจอ TV เลย

…ตอนนี้ผมยังไม่ค่อยมีเวลาได้ไปเดินเล่นตามห้าง เลยไม่แน่ใจว่าเมืองไทย มี Lego Digital Box หรือยัง ถ้ามีแล้ว คงต้องขอไปลองเล่นสักหน่อยครับ :D

Fun BEER Advertisement :D

Posted by bangkokian | Cool Stuffs, New Marketing | Friday 23 January 2009 1:45 pm

ผมได้รับเมล์มาจากคุณหมอจอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลละอุ่น จังหวัดระนอง พยายามหาข้อมูลว่าแบรนด์ของเบียร์ยี่ห้อนี้คือ Guinness หรือเปล่าแต่มันก็ไม่ใช่ ก็เลยเลิกล้มความตั้งใจที่จะหาข้อมูลต่อ แต่ผมคิดว่ามันน่าสนใจมากๆๆๆๆๆๆ และฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ มากๆ ก็เลยเอามาฝากกันดู เพลินๆครับ

ปล.อัพเดทวันที่ 03.03.09 เบียร์ยี่ห้อ Goldstar Beer จาก McCann Erickson Iseael

 

man-and-beer-bed

man-and-beer-dress

man-and-beer-toilet 

สินค้าตัวใหม่จากอเมริกา

Posted by bangkokian | New Marketing | Wednesday 21 January 2009 1:55 pm

 

เชื่อกันว่าในช่วงเวลาเที่ยงคืนของเมื่อคืนวันที่ 20 มกราคม 2552 ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย ชาวไทยรวมไปถึงชาวโลกจำนวนมากคงจะจับจ้องอยู่กับงานปฏิญาณตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนที่ 44 ของประเทศสหรัฐอเมริกา และคงอดคิดไม่ได้ว่านี่แหละคือผู้นำของโลก

ในช่วงที่เป็นวิกฤติเศรษฐกิจขาลงของโลกแบบนี้ เชื่อว่าในหลายๆประเทศคงตั้งความหวังว่าประธานาธิบดีผู้มีภาพลักษณ์ที่เด่นชัดในการเป็น Charismatic Leader น่าจะช่วยให้อะไรๆที่แย่อยู่ ได้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง

ผมมานั่งคิดตลกๆดูว่า หากจะเปรียบไป โอบาม่า ก็คล้ายกับเป็นสินค้าที่ถูก Differentiate ออกมาจาก Global Company อย่างอเมริกา เพราะเขาเป็นปะธานาธิบดีผิวสีคนแรกของอเมริกา

กระแสความคลั่งไคล้ของเขาโด่งดังแบบที่เรียกได้ว่าเป็น Global Issue อย่างในประเทศญี่ปุ่นก็มีกระแสโอบาม่า ฟีเวอร์ (Obama Fever) ก็มีมากกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนอื่นๆของอเมริกา เช่น

โรงงานญี่ปุ่นหัวใสผลิตหน้ากากโอบามา ขายกระฉูด

โรงงานโอกาวะ รับเบอร์ ในจังหวัดโอมิยะ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียวผลิตหน้ากากของโอบามา ออกมาจำหน่ายได้แล้วมากกว่า 2,500 ชิ้น ภายในเวลาเดือนเดียว ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน ขณะที่กำลังเร่งมือผลิตออกมาอีก 1,000 ชิ้น นอกจากนี้ ทางโรงงานยังมีหน้ากากของนักการเมืองและคนดังคนอื่น ๆ แต่หน้ากากของโอบามา ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยคาดว่ายอดจำหน่ายจะแซงหน้าหน้ากากของอดีตนายกรัฐมนตรีจุนอิจิโร โคอิซูมิ ซึ่งครองตำแหน่งหน้ากากนักการเมืองที่ขายดีที่สุดในตอนนี้ โดยขายได้ 3,500 ชิ้นในเวลา 2 ปี.-สำนักข่าวไทย 

โอบามา เมืองท่าของญี่ปุ่น ร่วมฉลอง “โอบามา” ก้าวสู่ทำเนียบ ปธน.สหรัฐฯ

เอเอฟพี - จากบาร์ในลอนดอนไปจนถึงเมืองโอบามา เมืองเล็กๆ ในประเทศญี่ปุ่น ดูเหมือนทั้งโลกในวันนี้ (5) ต่างยินดีปรีดาที่ได้เห็น บารัค โอบามา คว้าชัยชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

obama-japan งานฉลองมีขึ้นตามท้องถนน นักเล่นหุ้นเกาะติดน่าจออย่างไม่กะพริบตา และพลเมืองสหรัฐฯที่อาศัยอยู่ในต่างแดนขอมีส่วนร่วมในวันเลือกตั้งในหลายเมืองทั่วโลก ในขณะที่ โอบามา ผู้ สมัครจากพรรคเดโมแครตเอาชนะ จอห์น แมคเคน แห่งรีพับลิกัน เข้าสู่ทำเนียบขาว

สำหรับผู้คนมากกว่า 10 ล้านคน ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวกับกับการเลือกตั้งโดยตรง นี่คือ โอกาสอันดีที่ได้เห็น โอบามา สร้างประวัติศาสตร์ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของสหรัฐฯ
ใน โอบามา เมืองท่าของญี่ปุ่น พลเมืองหลายคนใส่กระโปรงและเต้นระบำฮาวายร่วมฉลองให้กับ โอบามา ที่เกิดในโฮโนลูลู “ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นเพราะ โอบามา มีชื่อตรงกับเมืองของเรา ทว่าแม้เมืองแห่งนี้จะชื่อ แมคเคน ดิฉันก็ยังจะสนับสนุน บารัค โอบามา อยู่ดี” มาซาโยะ อิชิบาชิ นักเต้นระบำ กล่าว

ที่ลอนดอน อเมริกันชนฉวยไส้กรอกและกวัดแกว่งขวดเบียร์แออัดยัดเยียดในบาร์ที่สนับสนุนพรรคเดโมแครต “มันยอดเยี่ยมมากที่ได้ประธานาธิบดีที่มีชื่อเสียง และเมื่อเขาเดินทางไปต่างประเทศ หุ่นของเขาก็จะไม่ถูกเผาด้วย”

มีงานเฉลิมฉลองแบบเดียวกันนี้ทั่วยุโรปตะวันตก โดยในเบอร์ลิน สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นและสื่อมวลชนยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีรายงานว่า มีปาร์ตีขว้างปาแฮมเบอร์เกอร์และนักเก็ตตาม Unter den Linden ถนนสายสวยงามของเบอร์ลิน — ไม่ห่างจากถนนที่มีผู้คนกว่า 200,000 คน ร่วมฟังการปราศรัยของโอบามา ในเดือนกรกฎาคม

ณ ตลาดของกลุ่มคนมีรายได้สูงในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ประเทศที่โอบามาใช้ชีวิตในช่วงเยาว์วัย เดวี อัสมารา โอเอเตโจ อดีตเพื่อนร่วมห้องรำลึกถึงเด็กชายตัวเล็กๆที่เคยบอกว่าเขาต้องการเป็นประธานาธิบดี “มันมหัศจรรย์มาก ผมหมายถึงเราภูมิใจในตัวเขามาก”

โอเอเตโจ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ส.ส.อินโดนีเซีย กล่าว “ในช่วงที่เรายังเด็กมาก เราไม่เคยคิดว่าเขามีความสามารถในการเป็นผู้นำ เขาบอกแต่ว่าเขาต้องการเป็นประธานาธิบดี และเราทุกคนหัวเราะเพราะคิดว่ามันตลกดี”

ในอัฟกานิสถาน ซึ่งทหารสหรัฐฯหลายพันนายยังคงต่อสู่กับกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ และตอลิบาน มีชาวอเมริกัน อัฟกันและเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ราว 150 คน รวมกลุ่มรอฟังผล ณ โรงแรมเซรีนา — ซึ่งเคยเป็นเป้าโจมตีของมือระเบิดในเดือนมกราคม

ราฟัต ชาวอัฟกานิสถาน เจ้าของบริษัทการเงินและเคยใช้ชีวิตในสหรัฐฯ กล่าวว่ารู้สึกยินดีที่ โอบามา นำความเปลี่ยนแปลงจากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช “มันเป็นข่าวดีสำหรับชาวสหรัฐฯและอัฟกานิสถาน เราเบื่อหน่าย บุชและนโยบายของเขา ภรรยาของผมโหวตเลือก บุช เมื่อปี 2000 และเรารู้สึกเสียใจตลาด 7 ปีที่ผ่านมา”

งานฉลองได้เริ่มต้นขึ้นในซีดนีย์ ประชาชนหลายร้อยคนรวมตัวกันเข้าไปในงานที่จัดโดยพลเมืองสหรัฐฯที่สนับสนุนเดโมแครต ทำให้คนส่วนหนึ่งล้นไปบนถนน

ด้านชาวคิวบาจำนวนมากติดตรึงอยู่หน้าจอทีวีหลายชั่วโมง บางคนลักลอบจับสัญญาณสถานีโทรทัศน์ของสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมายด้วยจานรับสัญญาณดาวเทียว

“ฉันไม่ชอบการเมืองเท่าไหร่” อลิซา พลเมืองฮาวานา วัย 36 ปีกล่าว “แต่การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก ถ้า โอบามา ได้รับชัยชนะ หลายสิ่งระหว่าง คิวบาและสหรัฐอเมริกาอาจเริ่มเปลี่ยนแปลง”

ทั้งนี้ ตามบาร์ต่างๆ ในประเทศจีน เนืองแน่นไปด้วยลูกค้า โดยบางร้านได้จัดทำคอกเทลพิเศษเป็นสีแดงและน้ำเงินตัวแทนของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อเอาใจลูกค้าด้วย ขณะที่ ณ โรงแรมแมริออท มีนักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน กว่า 600 คนได้รับเชิญจากสถานทูตสหรัฐฯ สาธิตการลงคะแนนเลือกตั้ง ปธน.อเมริกา

ลองมาทบทวนกันสักนิดถึงความเป็นมาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกซึ่งมีเชื้อสายแอฟริกัน - อเมริกัน

เอเจนซี - บารัค โอบามา เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐฯ วันอังคาร (20) ในเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 00.00 น. ของวันพุธ (21) ตามเวลาในไทย)

obama อายุ: 47 ปี
วัน/เดือน/ปีเกิด: 4 สิงหาคม 1961
สถานที่เกิด: เมืองโฮโนลูลู มลรัฐฮาวาย สหรัฐฯ
การศึกษา: ปี 1983 สำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโคลอมเบียในนิวยอร์ก / ปี 1991 สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด
ภรรยา: มิเชลล์ โรบินสัน โอบามา
บุตรธิดา: มาเลีย แอนน์ 10 ขวบ และซาชา 7 ขวบ
ศาสนา: คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ยูไนเต็ด เชิร์ช ออฟ ไครสท์
สังกัดพรรค: เดโมแครต
ครอบครัว: บารัค โอบามา ซีเนียร์ บิดาของโอบามาเป็นชาวเคนยาผิวดำ ส่วนแอนน์ ดันแฮม มารดาเป็นชาวอเมริกันผิวขาว ทั้งสองแต่งงานกันขณะศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาวายของสหรัฐฯ จากนั้นทั้งคู่หย่าขาดจากกัน ขณะที่โอบามาอายุเพียง 2 ขวบ บิดาของเขาเดินทางกลับเคนยา และทุ่มเททำงานจนกลายเป็นนักเศรษฐศาตร์ชื่อดัง ก่อนจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 1982

ส่วนมารดาของโอบามาแต่งงานใหม่กับโลโล โซโตโร ชาวอินโดนีเซีย โดยย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่ที่กรุงจาการ์ตาด้วย โอบามาอยู่ที่อินโดนีเซียจนอายุ 10 ขวบ จากนั้นจึงย้ายกลับมาที่ฮาวาย และอาศัยอยู่กับตายาย โดยได้ทุนเรียนที่สถานศึกษาชื่อดัง “พูนาโฮนู อะเคเดมี”

โอบามามีน้องต่างมารดาอีก 7 คนที่ประเทศเคนยา และมีน้องสาวต่างบิดา 1 คน จากการแต่งงานครั้งที่สองของบิดาและมารดา

อาชีพ: หลังสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโคลอมเบียในนิวยอร์กในปี 1983 โอบามาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินในมลรัฐนิวยอร์ก และองค์กรเพื่อผู้บริโภคแห่งหนึ่ง 2 ปีต่อมาเขาย้ายมาที่เมืองชิคาโก โดยรับหน้าที่ผู้ดูแลโครงการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรของโบสถ์ อันมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ยากจน

ปี 1988 โอบามาเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ระหว่างนั้น เขาได้รับเลือกให้เป็นประธาน “ฮาร์เวิร์ด ลอว์ รีวิว” วารสารวิชาการด้านกฎหมายอันเลื่องชื่อ ถือเป็นชาวผิวดำคนแรกที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าว ระหว่างนั้นโอบามาทำงานเป็นผู้ช่วยในช่วงฤดูร้อนของบริษัทกฎหมายซิดเลย์ ออสติน ในชิคาโก อันเป็นสถานที่ซึ่งเข้าพบกับภรรยา หลังสำเร็จการศึกษาในปี 1991 โอบามาทำงานว่าความด้านกฎหมายสิทธิพลเมืองในบริษัทกฎหมายเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เมืองชิคาโก ก่อนจะมาเป็นอาจารย์สอนกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มหาวิทยาลัยชิคาโก

ตำแหน่งจากการเลือกตั้ง: โอบามาได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาของมลรัฐอิลลินอยส์ในปี 1996 ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในวุฒิสภาท้องถิ่นแห่งนี้ โอบามามุ่งมั่นผลักดันกฎหมายด้านสวัสดิการสังคมและจริยธรรม ตลอดจนกฎหมายที่บังคับให้มีการบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการสารภาพผิดในคดีฆาตกรรม

โอบามาชนะเลือกตั้งอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกแห่งรัฐสภาสหรัฐฯ ในปี 2004 โดยได้คะแนนเสียงถึง 53 เปอร์เซ็นต์ และเบียดเอาชนะคู่แข่งอีก 7 คน ในศึกเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อสรรหาตัวแทนพรรค ก่อนจะลอยลำเอาชนะผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่น ในสนามเลือกตั้งทั่วไป ขณะดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ โอบามาสั่งสมประวัติการลงคะแนนแบบผู้ที่มีแนวคิดเสรีนิยม และเคยคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งผู้พิพากษา 2 คน ในศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน

เนชั่นเนล เจอร์นัล ซึ่งเป็นนิตยสารสายกลาง เคยจัดอันดับให้โอบามาเป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวคิดเสรีนิยมมากที่สุดเมื่อช่วงต้นปีนี้ โดยประเมินจากประวัติการลงคะแนนเสียงในปี 2007 นอกจากนี้ โอบามายังเคยติดอันดับ 10 สุดยอดนักการเมืองสายเสรีในปี 2006 และอันดับ 16 ในปี 2005

เส้นทางสู่ทำเนียบขาว: โอบามาประกาศลงสมัครแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อต้นเดือนกุมพาพันธ์ (10) ปีที่แล้ว และแม้ว่าตั้งแต่เริ่มต้น ฮิลลารี คลินตัน วุฒิสมาชิกมลรัฐนิวยอร์ก จะถูกมองในฐานะตัวเต็งของศึกตัวแทนพรรคครั้งนี้ แต่โอบามาได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการระดมเงินทุนหาเสียงจำนวนมหาศาลและการดึงดูดใจมวลชนจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งหลงใหลความสามารถในเชิงด้านวาทศิลป์ของหนุ่มผิวเข้าผู้นี้ ตลอดจนจุดยืนในการต่อต้านสงครามอิรัก และการให้คำมั่นจะออกจากกรอบการทำงานทางการเมืองแบบเดิม ๆ ซึ่งยึดติดกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

NN_27obama2

โอบามาเก็บชัยชนะจากสนามเลือกตั้งขั้นต้นสนามแรกของพรรคเดโมแครตที่มลรัฐไอโอวาเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถกำชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด จนกระทั่งเสร็จสิ้นการเลือกตั้งในมลรัฐท้าย ๆ เมื่อเดือนมิถุนายน ระหว่างขับเคี่ยวอย่างสูสีกับคลินตัน โอบามาต้องชี้แจง หลังถูกกล่าวหาว่าแสดงความเห็นดูหมิ่นผู้ออกเสียงในชนบท มิหนำซ้ำยังต้องตีตัวออกห่างจากคำพูดรุนแรงเรื่องเชื้อชาติของเจเรมีอาห์ ไรท์ อดีตนักเทศน์ที่ครอบครัวของโอบามาให้ความเคารพ

หลังตอบรับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เมืองเดนเวอร์เมื่อเดือนสิงหาคม โอบามาต้องขับเคี่ยวกับจอห์น แมคเคน ผู้สมัครจากรีพับลิกันในศึกเลือกตั้งผู้นำประเทศ โดยตอนที่แต่แมคเคนเลือกแซราห์ แพลิน มาเป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ทำให้คะแนนความนิยมของวุฒิสมาชิกมลรัฐแอริโซนาผู้นี้ แซงขึ้นมานำโด่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหล่นลงมาตามหลังโอบามา เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติต่าง ๆ ของแพลิน

โอบามาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยได้คะแนนเสียงป๊อปปูลาร์โหวตถึง 53 เปอร์เซ็นต์

จากนี้เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า สินค้าตัวใหม่จากอเมริกาชินนี้ จะถูกใจชาวโลกขนาดไหน…

 

อ้างอิง

http://news.mcot.net/international/inside.php?value=bmlkPTI0NzQ0Jm50eXBlPWNsaXA=

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000006871

http://www.j-doramanga.com/news_detail.php?id=1402

Knowledge Base Marketing ตอนที่ 1 ข้อมูลที่ไม่มีวันโกหก

Posted by bangkokian | New Marketing, Published Articles | Thursday 15 January 2009 4:20 pm

S M Issue 83 สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกๆท่าน ช่วงเวลานี้ก็ใกล้ช่วงปีใหม่เข้ามาเรื่อยๆแล้วนะครับ เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะก้าวพ้นปี คศ.2008 ไปเป็นปี 2009 แล้ว เพื่อเป็นการเตรียมตัวต้อนรับสิ่งใหม่ๆที่กำลังเดินทางมา ในฉบับนี้ผมก็เลยอยากนำเสนอแนวคิดของเรื่องรูปแบบการทำการตลาดที่มีการใช้เครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาร่วมในการการทำงานมากขึ้น เพื่อต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามาสู่ชีวิตของพวกเราทุกๆคนในอีกไม่กี่อึดใจที่จะถึงนี้ครับ

จากที่เราได้เห็น และ ได้สัมผัส รูปแบบของการแข่งขันในแง่ของการตลาดที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีหลังมานี้ ผมบอกได้คำเดียวว่า “ดุเดือด” และก็แน่นอนความดุเดือดนั้นก็ดูเหมือนว่าจะทวีมากขึ้นๆ ในแต่ละปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าความดุเดือดนี้ก็จะดำเนินต่อไปในปีต่อๆไป ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นที่ตรงใจลูกค้า หรือสินค้าที่โดนใจผู้บริโภคก็ทะลักออกมาจากองค์กรธุรกิจต่างๆ และก็ต้องยอมรับว่าข้อมูลเหล่านี้มีมากเหลือเกิน

ในฐานะผู้บริโภคผมยอมรับว่าในบางเรื่องผมรู้สึกว่า ผมช่างเอ้าท์เหลือเกิน (นั่นแหละครับ แปลว่า ผมช่างติดตามข้อมูลไม่ทันเหลือเกิน) อาจจะเป็นเพราะปัจจัยที่กล่าวมาแล้วว่า ข้อมูลมันช่างเยอะจนรับไว้ทั้งหมดไม่ได้ หรือ อาจจะเป็นเพราะปัจจัยอื่นๆอีก เช่น

- ช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ท หนังสือพิมพ์ ฯลฯ

- โปรโมชั่นที่ (ดูเหมือนจะดี แต่อาจจะ) ไม่ตรงกับสิงที่ผู้บริโภคต้องการ ฯลฯ

- ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคจะเข้าถึงข้อมูล ตอนกลางวัน กลางคืน วันธรรมดา วันหยุดสุดสัปดาห์ ฯลฯ

- ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้ทุกๆองค์กรธุรกิจจึงพยายามที่จะหาช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า และ เข้าใจความต้องการ ของลูกค้าให้ได้ชัดเจนมากที่สุด เรื่องของการเก็บข้อมูลของผู้บริโภคเพื่อจะนำมาเป็นพื้นฐานการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจใดๆขององค์กร จึงเป็นเรื่องที่ถูกให้ความใส่ใจกันเป็นอย่างสูง

รูปแบบของการเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายขององค์กรนั้นมีอยู่หลายวิธีทั้งการจ้างวานบริษัท Marketing Survey หรือการทำ Marketing Survey แบบ In-House นอกจากนั้นวิธีการทำการเก็บข้อมูลก็มีอีกหลายวิธีทั้งการลงไปเก็บข้อมูลภาคสนาม, การทำ focus group, การทำแบบสอบถาม ฯลฯ

แต่สิ่งที่ผมอยากจะนำมากล่าวถึงเป็นพิเศษในวันนี้นั้น จะเป็นช่องทางใหม่ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับทั้ง “องค์กรธุรกิจ ในการที่จะใช้พูดคุยกับลูกค้า และ สำหรับลูกค้า ที่จะใช้ติดต่อกับองค์กรธุรกิจ” ช่องทางที่ผมกล่าวถึงนี้ก็คือ Internet นั่นเอง

Website กับ องค์กรธุรกิจ website

องค์กรธุรกิจทั้ง เล็ก กลาง ใหญ่ ในยุคปัจจุบันนี้ แทบทุกๆแห่งจะมี Website เป็นของตัวเอง และช่องทางนี้นี่เองที่จะเป็นการเปิดมิติใหม่เพื่อให้องค์กรได้รู้จักกับลูกค้าของตนเองมากขึ้น แต่ว่าการที่จะใช้ช่องทาง Internet เพื่อรู้จัก และ เก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างเป็นระบบ และ มีประสิทธิภาพนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆจะทำก็ทำได้ทันที และ แน่นอนว่าก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าตั้งใจอยากจะทำจริงๆ เรามาเริ่มทำความเข้าใจกับแนวทางกันเลยดีกว่าครับ


ความสำเร็จของการใช้ช่องทางการตลาดบน Internet

ผมอยากยกตัวอย่างที่น่าสนใจมากๆตัวอย่างหนึ่งของการใช้รูปแบบ Campaign การตลาด ที่สร้างกระแส Buzz ได้อย่างครึกโครมบนโลก Internet

ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือจริงๆจะบอกว่าเป็นกระแสที่ถูกทั้งโลกจับตามองเลยก็ว่าได้ เหตุการณ์ที่ผมพูดถึงนี้ก็คือการเลือกตั้งประธานาธิดีของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งวันที่ S+M ฉบับนี้วางแผง ผลการเลือกตั้งก็คงจะแน่ชัดแล้วว่า ผู้ชนะได้รับเลือกเป็นว่าที่ประธานาธิบดีลำดับที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา ก็คืออดีตสมาชิกวุฒิสภาจากรัฐอิลลินอยส์ “บารัค โอบาม่า” และ โอบาม่า ก็จะเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

small_obama_imageโอบาม่า” มีวิธีการหาเสียงที่แหวกแนว แตกต่างออกไปจากการหาเสียงในรูปแบบเก่าๆ ที่เคยมีมา เพราะว่าเขาเลือกที่จะดำเนินช่องทางการหาเสียงในอีกช่องทางใหม่ที่เราได้กล่าวเกริ่นกันมาตั้งแต่ต้น นั่นคือ ช่องทางการใช้ Internet นั่นเอง

ในระหว่างช่วงการหาเสียงของเขานั้น Community Website ต่างๆ หลายๆรูปแบบถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงของเขาทั้งสิ้น ไมว่าจะเป็น *Twitter, MySpace, YouTube, Face book ฯลฯ ตั้งแต่การเริ่มเรี่ยไรเงินเพื่อเป็นทุนรอนสนับสนุนในการหาเสียง จนกระทั่งการสร้างกลุ่มแฟนคลับของเขาขึ้นในสังคม Cyber ซึ่งนักวิเคราะห์ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าฐานคะแนนเสียงกลุ่มนี้นี่เอง ที่เป็นส่วนหนึ่งของชัยชนะครั้งนี้ของเขา

Julie Barko Germany ผู้อำนวยการสถาบัน IDPI (Institute for Politics Democracy & the Internet) แห่งมหาวิทยาลัย George Washington ซึ่งเป็นองค์กรที่เน้นการศึกษาเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการแสดงออกด้านประชาธิไตยใน Internet ได้ออกมากล่าวเกี่ยวกับปรากฏการณ์ครั้งนี้เอาไว้ว่า “No one’s going to say Obama won the election because of the Internet but he wouldn’t have been able to win without it,” ซึ่งถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็คงได้ว่า “คงไม่มีใครออกมาบอกว่า “โอบามา” ชนะการเลือกตั้งได้เพราะอินเทอร์เน็ต แต่คงต้องบอกว่าเขาจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เลย …ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ต”

อุปกรณ์ที่ทรงแสนยานุภาพ!!!

จากตัวอย่างที่ผมยกมาคงพอจะเป็นหลักฐานยืนยันได้ในระดับหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญว่า การแข่งขันทางด้านการตลาด (และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง) ในอนาคตจะเบนเข็มไปในทิศทางไหน อย่างที่เห็นจากตัวอย่างแล้วว่า การใช้ช่องทางให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้นั้นมันสร้างผลลัพธ์ที่ดีมากขนาดไหนให้กับเป้าหมายที่ตั้งไว้ เราลองมองกลับมาในอีกมุมหนึ่ง ถ้าผมบอกว่าการสื่อสารในช่องทางต่างๆทาง Internet จากกรณีศึกษานั้นเป็นแนวรุก เราลองมาดูแนวการใช้ช่องทาง Internet แบบแนวรับกันบ้างดีกว่า

ผมเกริ่นไปในช่วงแรกๆของบทความว่าในปัจจุบันนี้โดยส่วนมากเมื่อองค์กรธุรกิจทั้งขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ จะทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อทำกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ เช่น

- เพื่อออกผลิตภัณฑ์/บริการตัวใหม่

- เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์/บริการที่มีอยู่ให้ดีขึ้น

- เพื่อออกโปรโมชั่นเพิ่มยอดขาย

- เพื่อการทำ Customer Relation Management Program

- ฯลฯ

ก็มักจะมีการเก็บข้อมูลด้วยรูปแบบเดิมๆ เช่น การทำแบบสอบถาม การสุ่มโทรศัพท์ขอข้อมูล การทำ Focus Group ฯลฯ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้นโดยมากมักจะไม่สะอาด นั่นก็คือคำตอบที่ได้มามักจะไม่ได้ตรงตามความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามอย่างเต็มที่ 100 % ไม่ได้แปลว่าการทำการเก็บข้อมูลตามรูปแบบที่ผมกล่าวไปนั้นไม่ดี เพียงแต่ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นอาจจะ ปนเปื้อนด้วยความรู้สึกต่างๆ ของผู้ตอบแบบสอบถามนั่นเอง ผมขอยกทฤษฎีหนึ่งมาเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของคำว่าข้อมูลที่ถูกปนเปื้อนด้วยความรู้สึกชัดเจนขึ้น ทฤษฎีนั้นชื่อว่า Bradley Effect ครับ

Bradley Effect tom_bradley

จริงๆแล้วทฤษฎีนี้มักจะถูกยกมาพูดกันในเรื่องเกี่ยวกการเมือง การเลือกตั้ง (พอดีตอนต้นเรื่องพูดเรื่อง โอบาม่า ไปแล้ว เลยขอยกตัวอย่างอะไรๆไปในทิศทางนั้นละกันนะครับ) แต่ผมเชื่อว่าเหตุการณ์คล้ายๆกันแบบนี้ เกิดขึ้นกับทุกๆวงการแน่ๆ

ในปี คศ. 1982 Tom Bradley นายกเทศมนตรีผิวสีแห่งนคร Los Angeles ได้ตัดสินใจที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐCalifornia

ในตอนนั้นการสำรวจคะแนนจากโพลล์ทุกสำนัก ให้ความเห็นแบบฟันธงว่า Bradley นอนมา ชนะขาดคู่แข่งขันอย่างแน่นอน เพราะผลคะแนนจากการทำโพลล์นั้น Bradley มีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งถึง 5 เปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งผลโหวตหน้าคูหาเลือกตั้งก็ยังบอกว่า Bradley ชนะแน่

แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อผลคะแนนอย่างเป็นทางการกลับกลายออกมาว่า Bradley แพ้การเลือกตั้งครั้งนั้นแบบฉิวเฉียดเพียง 1% หักปากกาทุกสำนักโพลล์

ว่ากันว่า การเหยียดผิวขณะนั้นยังเข้มข้นรุนแรง การทำโพลล์ด้วยการสอบถามผู้มีสิทธิออกเสียง ก็มักจะได้รับคำตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

ผู้มีสิทธิออกเสียง ก็ตอบกันไปตามกระแสสังคม แต่เอาเข้าจริง เวลาเข้าคูหาโหวตกลับเลือกผู้สมัครผิวขาวซะงั้น
Bradley จึงกลายเป็นชื่อปรากฏการณ์พลิกโผเลือกตั้ง ด้วยปัจจัยแห่งสังคม ที่การเก็บข้อมูลไม่อาจสะท้อนผลคะแนนที่แท้จริงได้

สำหรับในแง่ของนักการตลาดแล้ว Bradley Effect นี้มักจะส่งผลกับการวางแผนทางการตลาดอยู่เสมอๆ

เพราะว่า กลุ่มผู้บริโภคที่เราเลือกมาเป็นกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูล มักจะมีแนวโนมไม่ตอบตามความคิดเห็นของตัวเองอย่าง 100% ด้วยสาเหตุประมาณล้านแปดอย่าง เช่น

- เมื่อถามว่ารู้จักสินค้า/บริการตัวนี้มั้ย ก็ตอบว่ารู้จักทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้รู้จัก แต่ที่ตอบไปว่ารู้จักเพราะว่ากลัวตัวเองดูโง่ที่ไม่รู้จัก

- การได้รับอิทธิพลจากผู้เข้าร่วมทำทดสอบคนอื่น เพราะคนเรามักจะเกิดรูปแบบจิตวิทยาหมู่ และไม่อยากแตกต่างกับคนอื่นๆ

- เกรงใจ (เพราะคนไทยขี้เกรงใจ) พอไม่ชอบก็ไม่กล้าบอกตรงๆ

- ฯลฯ

ซึ่งการจะทำการเก็บข้อมูลนั้นจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังอย่างมาก ยิ่งต้องการผลสำรวจที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ก็ยิ่งต้องใช้ Sampling ที่มีจำนวนมากพอ พอทำผลสำรวจแล้วปรากฎว่าเจอ Bradley Effect อีก ทั้งเสียเงินทำการสำรวจ ทั้งเสียเงินลงทุนผลิตสินค้าออกไป แล้วไม่ได้รับผลตอบแทนที่ตั้งใจ เหมือนกับเจอโชคร้ายซ้ำซ้อน

เพื่อลดปัญหารูปแบบของข้อมูลที่ปนเปื้อนไปด้วยความรู้สึกต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้จากวิธีการเก็บข้อมูลแบบเก่าๆ ที่กล่าวมา วิธีการเก็บข้อมูลในแง่ของการตลาดด้วยเครื่องมือ Internet จึงเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจัง

ในสหรัฐอเมริกาการเก็บข้อมูลด้วยการใช้เครื่องมือทาง Internet ที่มีประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลลูกค้าจึงเริ่มแพร่หลายในช่วงหลังปี คศ. 2000

ในยุคนั้นการเก็บข้อมูลเริ่มต้นด้วยรูปแบบของการเก็บข้อมูลทางสถิติ (Web Stat) เพียงอย่างเดียว จนกระทั่งในราวปี คศ.2006 ค่าย Computer Software ขนาดยักษ์ของโลก (ในปัจจุบัน) อย่าง Google ก็ได้เปิดตัว เครื่องมือเก็บข้อมูลของลูกค้า (ผู้ใช้งาน Internet) ที่มากกว่าการเก็บแค่ข้อมูลทางสถิติออกมาอย่างเป็นทางการ และ จากวันนั้นเครื่องมือนี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของโลก เครื่องมือที่ว่านี้ก็คือ Google Analytics

เหตุผลที่ Google Analytics ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั้นก็เพราะว่าบริการตัวนี้ของ Google นั้น ไม่มีการเก็บค่าบริการแต่เพียงอย่างใด นอกจากนั้น Google ยังได้เปิดมิติใหม่ของการเก็บข้อมูลทาง Internet ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเก็บสถิติ เพราะว่า Google ได้ผนวกเครื่องมือวิเคราะห์ทางการตลาดมากมายเข้าไปให้บริการในนั้น “Web Analytics is not Web Stat”

ข้อมูลที่ไม่มีวันโกหก blue_data

เนื่องจากว่าการใช้งาน Internet ของคนเรานั้นโดยมากแล้วจะเป็นไปโดยสัญชาติญาณ เราจะทำสิ่งต่างๆลงไปโดยได้รับอิทธิพลจากรอบข้างน้อยถึงน้อยที่สุด เพราะเวลาในการใช้งาน Internet นั้น จะเป็นเวลาที่เราไม่ได้จดจ่อกับคนอื่นๆรอบข้าง ตามอุปนิสัยของมนุษย์แล้วการนั่งอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์จะทำให้มนุษย์เราผ่อนคลายลง และเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด เนื่องจากว่าไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าตัวเราเองไม่ดี ดังนั้นการเลื่อนเมาส์ไปกดดูสินค้าและบริการต่างๆ จึงล้วนมากจากความสนใจจริงๆ ของผู้บริโภค ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะเป็นข้อมูลที่นักการตลาดสามารถนำมาย่อยให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมหาศาล

ผมอยากทิ้งประเด็นสำคัญๆไว้สักนิดหน่อยก่อนที่เราจะต้องลาจากกันไปในฉบับนี้ ว่าทำไม Google Analytics จึงแตกต่างจากเครื่องมือ Web stat ทั่วๆไป และประโยชน์ของ Google Analytics นั้นมีอะไรบ้าง ก่อนที่เราจะมาเจอกันในเดือนหน้า

- สามารถบอกพฤติกรรมที่แท้จริงของลูกค้าขององค์กรธุรกิจที่เข้ามาใช้ Website ได้

- สามารถเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคมาเป็นแผนงานที่ใช้ได้จริงทางการตลาด

- สามารถวัด Key Performance Indicator (KPI) ขององค์กรธุรกิจของเราได้

- เป็นเครื่องมือที่จะช่วยเปลี่ยน Website ขององค์กรธุรกิจ ให้กลายมาเป็นอาวุธที่สำคัญขององค์กรธุรกิจของคุณได้

- ลดข้อมูลที่ปนเปื้อนไปด้วยความรู้สึกต่างๆของลูกค้าขององค์กรได้

- เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจวัดถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Website มากกว่าแค่จำนวนคนเข้าชม

- เป็นเครื่องมือที่จะช่วยเปลี่ยน Website ของคุณให้กลายมาเป็นเครื่องมือเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ

- เป็นเครื่องมือที่มากกว่าเครื่องมือเก็บข้อมูลทางสถิติทั่วๆไป

- เป็นเครื่องมือที่ช่วยตอบสนองความต้องการที่มากกว่าของผู้บริหารองค์กร

- เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กร และผู้บริหารได้ใช้ Website อย่างมีประโยชน์สูงสุด

- เป็นเครื่องมือที่นักการตลาดจะใช้บอกผู้บริหารได้อย่างเต็มปากว่า Website มีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กรธุรกิจ”

สำหรับในฉบับนี้ผมคงต้องขอหยุดเนื้อหาเอาไว้ตรงนี้ก่อน เพราะว่าในส่วนต่อไปที่จะพูดถึงจะเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างเจาะลึก และ ลงรายละเอียดมากขึ้นในแต่ละหัวข้อที่ผมได้ทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจากกันผมอยากขอถือโอกาสกล่าวอวยพรให้ทุกๆท่านมีความสุขในวันปีใหม่ปี คศ. 2009 ที่จะมาถึงนี้ แล้วพบกันปีหน้าครับ สวัสดีครับ

 

บทความนี้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร S+M - Strategy&Marketing Vol.08 Issue 83 2009

บทความอื่นๆในหมวด

Next Stop, Virtual Reality World…

Guerrilla Marketing; Spend Less, Get More, and Achieve Substantial Profits. ตอนที่ 1

Guerilla Marketing; Spend Less, Get More, and Achieve Substantial Profits. ตอนที่ 2

New Marketing Channel, New Media

 

 

อ้างอิง : www.ipdi.org, www.google.com

รูปภาพจาก Internet

Brand Purpose Model

Posted by bangkokian | New Marketing | Wednesday 14 January 2009 11:29 am

brandpurposemodel

ช่วงเช้าวันนี้ผมไปอ่านเจอเรื่องของการกำหนดเป้าหมายของแบรนด์มา และรู้สึกว่า Model ที่เจ้าของบทความนำมาใช้นั้นน่าสนใจมากๆ เนื่องจากว่ามีการนำรูปแบบของการ์ตูนเข้ามาผูกเข้ากับเรื่องของ Brand Character ผมจึงแอบหยิบยกมาแบ่งปันให้อ่านกันลองอ่านดูสนุกๆครับ

Status Symbol แนวแบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์ทางสังคมแก่ผู้ใช้งาน - Rolex, Mercedes-Benz, Prada

Facilitator แนวแบรนด์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ตัวอย่างจะหนักไปทาง Social Network หน่อย - Facebook, Wordpress, Google

Identifier แนวแบรนด์ที่แสดงความเป็นปัจเจก แสดงตัวตนของตัวเอง - Philadelphia Eagles, Xbox 360, Harley-Davidson

Loyal Friend แนวแบรนด์เพื่อนที่ซื่อสัตย์ - Coca Cola, Tylenol, Moleskine

Experiment แบรนด์แนวทดลอง - Segway, Under Armour, Smart Car

Rebellion แนวแบรนด์นักปฏิวัติ ผมมองว่ามันคือความคิดสร้างสรรค์ด้วยนะ - (formerly) Apple, Hendricks Gin, Doc Martins

 

 

อ้างอิง http://www.mattjmcd.com/

How Obama Won Using Digital and Social Media

Posted by bangkokian | New Marketing | Thursday 8 January 2009 11:05 am

เก็บตกมาจาก Slideshare เจ้านายผมส่งมาให้ดู ผมว่าน่าสนใจดีเลยเอามาแบ่งดูกันครับ

ต้อนรับปีใหม่ มาลองวัดอันดับกันหน่อย!

Posted by bangkokian | Cool Stuffs, New Marketing | Tuesday 6 January 2009 12:56 pm

linkpop

สวัสดีปีใหม่ครับเพื่อนๆผู้อ่านทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างครับหลังจากได้พักผ่อนยาวกันอย่างเต็มอิ่มในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สำหรับตัวผมเองก็ได้ใช้เวลาที่จะพักผ่อนเพื่อเตรียมรับกับงานที่จะประดังเข้ามาในช่วงต้นปีนี้ ช่วงหยุดพักผ่อนทำให้ผมได้มีโอกาสเข้าไปค้นหาข้อมูลเรื่องราวที่น่าสนใจมาเป็นวัตถุดิบในการเขียนอยู่หลายเรื่อง

เรื่องที่ผมจะเอามาเล่าสู่กันฟังในวันนี้เป็นเรื่องที่นำมาจากเวปไซต์ SEO Smarty ซึ่งเป็นเวปไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำ Search Engine Optimization ในแง่มุมต่างๆ

ในคอลัมน์ที่ผมสนใจและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่สนใจจะวัดผลการใช้งานเวปไซต์ของตนเองได้กล่าวถึงเวปไซต์ต่างๆที่เป็นเครื่องมือฟรีที่จะช่วยให้เรารู้ผลการใช้งานของเวปไซต์ของเราในแง่ของ การเข้าชม การวางโครงสร้างเวปไซต์ การเปรียบเทียบการใช้งานระหว่างเวปของเราและเวปอื่นๆ ความสนใจที่จะรับข่าวสารจากเวปของเรา ฯลฯ ซึ่งผมได้ลิตส์รายละเอียดเวปที่ผมใช้งานเพื่อทำการวัดผลไว้ด้านล่างแล้วครับ

search-engine-ranking-position ในแง่ของการตลาดแนวใหม่ (New Marketing) แล้ว เวปไซต์เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่สำคัญในการจะนำธุรกิจของเราให้ดำเนินก้าวหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเก็บข้อมูลการใช้งานเวปไซต์ และปรับปรุงให้มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ย่อมเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจของเรามีเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดนั่นเอง

   

 

 

 

 

 

ลองตรวจสอบเวปไซต์ของเพื่อนๆได้เลยครับ :D

feedburner Feedburner RSS subscribers
alexa Alexa Rank
compete Compete Rank
google Google PageRank
stumbleupon StumbleUpon reviews
technorati Technorati Rank
yahoo Yahoo inbound links
delicious del.icio.us votes
caverta buy caverta usa buy caverta buy generic caverta cheap caverta caverta generic veega viagra cheap caverta online buy cheap caverta buy cheap generic caverta caverta canada caverta cheap online rx caverta rx review buy caverta 100 mg