Make a BUZZ, Create Community, bLog it ตอนที่ 3
ผมติดค้างเรื่องราวเอาไว้จากตอนที่ 2 อยู่หลายเรื่องเลย จริงๆตั้งใจว่าจะพยายามเขียนให้จบในตอนเดียว แต่กลัวว่าข้อมูลที่มอบให้ทุกๆท่านจะน้อยเกินไป จะทำให้ไม่ได้เห็นภาพอย่างชัดเจน ก็เลยขอดึงออกมาอีกสักหลายๆตอนดีกว่า จะได้ลงรายละเอียดกันได้อย่างเต็มเนื้อหน่อย
คราวที่แล้วผมพูดถึงเรื่องของ Maslow’s Hierarchy of Need ค้างเอาไว้ แล้วก่อนปิดท้ายผมก็ผูกเรื่องเอาไว้กับ มุมมองใหม่ของ IT Hierarchy of Need
ทั้งสองอย่างมันมีส่วนเกี่ยวข้องกันอยู่หนึ่งอย่างใหญ่ๆก็คือ ความต้องการของคนครับ ผมขอขับเรือออกทะเลไปสักนิดหนึ่งก่อนจะวกเข้าท่านะครับ
เริ่มต้นเรามาลองคิดกันตามหลัก จิตวิทยาสังคม (Social Psychological) นะครับ จิตวิทยาสังคมเป็นการศึกษาถึง “พฤติกรรมของบุคคลให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งจะต้องทราบถึงพื้นฐานทั้งตัวบุคคล สังคมและวัฒนธรรม การศึกษาพฤติกรรมของบุคคลมีทั้งทางด้านจิตวิทยาสังคม พฤติกรรมสังคม และการศึกษานั้นจะมีประโยชน์ช่วยให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคมอย่างมีความสุข และ ศึกษาถึงขบวนการสังคมประกิต เป็นขบวนการเรียนรู้แบบแผนพฤติกรรมทางสังคมที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลทุกเพศทุกวัย อันเนื่องมาจากบุคคลได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสังคม บุคคลเกิดการเรียนรู้ที่จะประพฤติปฏิบัติตนเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น”
หรือ สรุปโดยง่ายก็คือ “คนเราต้องอยู่กันเป็นกลุ่ม และมีปฏิสังคมกันกับคนอื่นๆในกลุ่ม เพื่อจะแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน”
ทีนี้ในปัจจุบัน โลกเริ่มมีการเปลี่ยนไป รูปแบบของการสื่อสารก็มีการเปลี่ยนแปลงไป Median ที่มนุษย์ไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันก็มีการเปลี่ยนไปตาม จากเดิมที่เคยต้องจับกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสื่อสาร มนุษย์ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางของ internet
นึกภาพตามนะครับ เมื่อสักยี่สิบปีที่แล้ว แกงค์แม่บ้านต้องนัดประชุมกันที่ตลาดหน้าปากซอยเพื่อซุบซิบเรื่องของแม่บ้านแกงค์อื่นๆ (บางครั้งก็แอบซุบซิบแม่บ้านในแกงค์เดียวกันประปราย) ซุบซิบเรื่องดารา ซุบซิบข่าวลือต่างๆ แต่แม่บ้านปี 2008 ไม่จำเป็นต้องออกไปที่ตลาดหน้าปากซอยเพื่อซุบซิบอีกแล้ว เพราะพวกเขาสามารถ online chat กับแม่บ้านคนอื่นๆได้ และก็สามารถไปอ่านคอลัมน์บีบสิวหัวช้างของซ้อเจ็ดเพื่ออัพเดทข่าวคราว (คาว) ดาราและเรื่องฉาวๆได้อีกพะเรอเกวียน
การรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของมนุษย์จึงลดบทบาททางสังคมลง ขั้นตอนการรับรู้และเข้าสังคมจึงเปลี่ยนไปจากรูปด้านบน เพราะปัจจุบันคนเราสามารถเสพย์ข้อมูลได้ด้วยช่องทางอื่นๆมากมายนอกจากการพบปะพูดคุยกันตัวต่อตัวเหมือนเมื่อก่อน
ซึ่งส่งผลให้คนเรามีแนวโน้มที่จะอยู่ตัวคนเดียวมากขึ้น!!!
แนวคิดที่สนับสนุน รูปแบบ จิตวิทยาสั
งคม ในยุคปัจจุบันนี้ได้แก่ แนวคิดแบบ “ยุคหลังสมัยใหม่” (Post-Modern) ผมข้อตัดตอนแนงคิดบางส่วนมาจาก www.artgazine.com ซึ่งกล่าวไว้เกี่ยวกับสังคมปัจจุบันดังนี้
สังคมหลังยุคสมัยใหม่
ยุคหลังสมัยใหม่กำลังก้าวเข้ามาแทนที่ยุคสมัยใหม่อย่างท้าทาย ด้วยนัยแห่งการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม อาทิ จันทนี เจริญศรี กล่าวว่า (2544 : 1)
- ลักษณะทางเศรษฐกิจที่ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจแบบบริโภคนิยมมวลชน (mass consumerism) ความเป็นยุคทุนนิยมตอนปลาย (late capitalism) ( Bell, 1976)
- ลักษณะการผลิตเป็นแบบหลังอุตสาหกรรม (post-industrial) ความเป็นสังคมข่าวสาร สังคมที่ประกอบขึ้นจากการจำลอง (simulation) (Bogard ,1992)
- ลักษณะล้ำความจริง (hyperreality) การยุบตัว (implosion) รวมถึงรูปแบบใหม่ทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรม เป็นยุคที่สื่ออีเลคโทรนิคส์ซึ่งสามารถตัดข้ามผ่านพื้นที่ทางกายภาพจะเข้ามาแทนที่ “ชุมชน” อันจะทำให้แนวคิดเรื่องสังคมจะกลายเป็นเพียงภาพลวงตา (Bogard, 1992)
ดังนั้น เมื่อคนเราสูญเสียสภาพทางสังคมจริงลงไปเรื่อยๆ แต่ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับยังคงมีอยู่ ความต้องการให้คนยอมรับนั้นจึงไปปรากฎอยู่บนสังคมเสมือน ซึ่งก็คือโลกของ New Media พวก web board, chat room และ blog นั่นเอง
ย้อนกลับไปดูในตอนที่แล้วนะครับ Internet Hierarchy of Needs Theory จุดสูงสุดที่คนในยุคปัจจุบันนี้ต้องการก็คือ การได้รับการยอมรับในโลกเสมือนเหล่านี้
กลับมามองในแง่ของนักการตลาด (กลับท่าแล้วนะครับ)
เราจะทำอย่างไรให้กลุ่มคนที่ต้องการการตอบรับสูงสุด ได้รับการตอบรับที่ดีที่สุด?
ฝากไว้คิดกันครับ ตอนหน้าเราจะมาพูดคุยกันต่อ
ปล.เพื่อการเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นเกี่ยวกับแนวคิด Post-Modern ลองหา Lost in translation (เอาแค่อารมณ์เหงาๆนะครับ) มาดูและหานิยายของ Haruki Murakami มาอ่านนะครับ


