Custom Search

Be sure to build some fun into your brand!!!

Posted by bangkokian | Cool Stuffs | Friday 25 April 2008 4:16 am

หัวข้อนี้เป็นเรื่องสนุกๆเกี่ยวกับการเล่นกับแบรนด์ของ Google ครับ
จริงๆผมเชื่อว่าเราค่อนข้างรู้เรื่องนี้กันอยู่แล้ว เพียงแต่อยากมากระตุ้นไอเดียกันอีกครั้ง
เพราะตอนที่แล้วผมพูดเรื่องการแต่งตัวให้แบรนด์ไป
ลองคิดกันไว้เผื่อๆสนุกๆก็ดีครับ ว่าเราจะเล่นอะไรกับแบรนด์ของเราได้บ้าง :D

เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมาครับ เป็นวันโลก Earthday เป็นวันที่รณรงค์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ และทำให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้นๆ

ในวันนี้ Google ก็ได้ปล่อยโลโก้ตัวใหม่ออกมาตามกระแสของวันครับ ก็คือตัวด้านล่างนี้

google

Google มีแนวคิดที่ว่า ทำไมต้องปล่อยให้แบรนด์เคร่งเครียดตลอดเวลาทางบริษัทก็เลยมีการออกแบบที่เล่นกับ Iconic Logo ของตัวเองอยู่เรื่อยๆ

ไม่บ่อย แต่ก็ไม่เว้นไว้นานๆครับ

ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติมที่นี่ครับ Google - Holidaylogos

Dress up your brand!

Posted by bangkokian | New Marketing | Wednesday 23 April 2008 4:32 pm

Coloured My BRAND!!!

*อาทิตย์ที่แล้วและอาทิตย์ก่อนหน้านั้นเราเคยพูดคุยกันเรื่อง Guerrilla Marketing เพราะว่าในยุคปัจจุบันนี้ การทำการตลาดแนวกองโจรนั้น เป็นรูปแบบการทำการตลาดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง และในตอนที่ 2 ของ Guerrilla Marketing ผมพูดไว้ถึงเรื่องของการแต่งตัวให้แบรนด์ จริงๆแล้วการแต่งตัวให้แบรนด์นี่เป็นเรื่องที่จะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยาก ไม่ได้มีหลักการอะไรที่บอกได้ว่า ทำแบบนี้มันจะถูก 100 % มั้ย หรือจะบอกว่าผิดก็ไม่สามารถจะออกมาพูดได้เต็มปาก แต่ก็มีการรวบรวมเรื่องของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากการแต่งตัวที่สื่อถึง Character ของแบรนด์นั้นๆได้ การแต่งตัวให้แบรนด์ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักสองอย่างก็คือ รูปลักษณ์และการใช้สี เอาเป็นว่าเราลองมาดูกันดีกว่าว่าการแต่งตัวให้แบรนด์นั้นเป็นอย่างไรบ้าง มาดูที่กรณีศึกษาสนุกๆกันก่อนดีกว่านี่นับเป็นกรณีศึกษาที่แสนคลาสสิกมากๆนั่นก็คือ แบรนด์ของ FedEx

fedex-old

โลโก้นี้เป็นโลโก้แรกของ FedEx ออกแบบโดย Richard Runyan ในปี1973 ก่อนจะทำการ Re-Brand เป็น FedEx ในปี 1994

ในปี 1994 เพื่อเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ขององค์กร และการขยายตอกย้ำความเป็นเจ้าแห่งการขนส่ง FedEx จึงทำการ ปรับลุกตัวเองให้ดูคล่องตัวมากขึ้น โดยการให้ Lindon Leader ออกแบบโลโก้ตัวใหม่เป็นตัวนี้ ถ้าสังเกตกันให้ดีในช่องว่างระหว่างตัว E และ X สองตัวสุดท้าย จะเป็นรูปลูกศร เพื่อเป็นตัวแทนของการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วฉับไว ส่วนสีที่เลือกมาใช้สองสี น้ำเงิน และ แดง ก็มีความหมายที่สื่อได้คือ สีน้ำเงิน จะให้ความรู้สึกที่มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ แบรนด์ที่ใช้สีนี้ก็อาทิเช่น IBM ส่วนสีแดงก็จะสื่อถึง ความมีชีวิตชีวา มีพลัง เช่น CocaCola ครับ ซึ่งพอรวมกันแล้วก็ได้ความหมายว่า การเคลื่อนที่อันแสนฉับไว มีชีวิตชีวา และน่าเชื่อถือ ซึ่งสนับสนุนธุรกิจการขนส่งสินค้าของ FedEx อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ (สำหรับตัวบริการอื่นๆของ FedEx จะมีสีที่ต่างไปนะครับขอยกตัวอย่างแค่อันนี้ละกัน)

fedex-new

อีกสักตัวอย่างหนึ่งนะครับก็คือ NOKIA ครับ (ผมไม่แน่ใจในปี คศ. นะครับ) NOKIA ได้นำ slogan ที่ว่า “Connecting People” มาใช้ ก่อนหน้านั้น NOKIA มีโลโก้อีกหลายตัว พอมีสโลแกน “Connecting People” เข้ามา NOKIA ก็เปลี่ยนโลโก้ โดยนำ slogan ไปวางไว้ใต้ชื่อ NOKIA และเพิ่มรูป 1 รูปขึ้นมา นั่นก็คือรูปคนเอื้อมมือมาจับกันนั่นเอง การนำรูปนี้มาใช้ช่วยให้คนเข้าใจในความหมายของคำว่า “Connecting People” ของ NOKIA ได้อย่างมากทีเดียว

connecting-people 

โอเคครับ หลังจากเราดูตัวอย่างการแต่งตัวให้กับแบรนด์ด้วยการใช้สีและการแฝงสัญลักษณ์เข้าไปในแบรนด์แล้ว เราลองมาดูตารางด้านล่างซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้สีในแบรนด์ต่างๆกันดีกว่า

color-table-diagram 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับตัวอย่างที่ผมยกมา ก่อนจากกันผมอยากจะฝากไว้ว่าการเลือกสีมาใช้กับแบรนด์นั้น ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวว่าสิ่งที่ทำนี้ ผิด หรือ ถูก แต่ข้อมูลที่หามานี้เป็นข้อมูลที่ผมสรุปมาจาก Successful Case ที่เคยเกิดขึ้น ในหลายๆแบรนด์ก็ไม่ได้เลือกที่จะใช้สีเพียงสีเดียวแต่ผสมผสานกันหลายสี ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกใช้อย่างไรลองตรวจสอบ perception หรือ survey กับคนรอบข้างก็ไม่เสียหายอะไรนะครับ :D

*บทความนี้นำมาจาก blog เก่าของผมที่ Bangkokian’s Space ดังนั้นอาจจะมีเรื่องของการอ้างอิงถึงเวลาหรือบทความอื่นๆที่คลาดเคลื่อนไปบ้างครับ

caverta buy caverta usa buy caverta buy generic caverta cheap caverta caverta generic veega viagra cheap caverta online buy cheap caverta buy cheap generic caverta caverta canada caverta cheap online rx caverta rx review buy caverta 100 mg